wanwisa's profilewanwisa's spacePhotosBlogLists Tools Help

wanwisa

wanwisa's space

Photo 1 of 6
December 27

งานครั้งที่3

ส่งงานครั้งที่3

งานครั้งที่ 3

จุดประสงค์การเรียนรู้ที่ 3 มีความรู้ ความเข้าใจ ระบบคอมพิวเตอร์ ระบบสื่อสารข้อมูลและระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์

     ให้นักเรียนศึกษา/สืบค้นข้อมูล และตอบคำถามต่อไปนี้

1.       บอกความหมายของซอฟท์แวร์

ตอบ  ซอฟต์แวร์ (software) หมายถึงชุดคำสั่งหรือโปรแกรมที่ใช้สั่งงานให้คอมพิวเตอร์ทำงาน ซอฟต์แวร์จึงหมายถึงลำดับขั้นตอนการทำงานที่เขียนขึ้นด้วยคำสั่งของคอมพิวเตอร์ คำสั่งเหล่านี้เรียงกันเป็นโปรแกรมคอมพิวเตอร์ จากที่ทราบมาแล้วว่าคอมพิวเตอร์ทำงานตามคำสั่ง การทำงานพื้นฐานเป็นเพียงการกระทำกับข้อมูลที่เป็นตัวเลขฐานสอง ซึ่งใช้แทนข้อมูลที่เป็นตัวเลข ตัวอักษร รูปภาพ หรือแม้แต่เป็นเสียงพูดก็ได้

โปรแกรมคอมพิวเตอร์ที่ใช้สั่งงานคอมพิวเตอร์จึงเป็นซอฟต์แวร์ เพราะเป็นลำดับขั้นตอนการทำงานของคอมพิวเตอร์ คอมพิวเตอร์เครื่องหนึ่งทำงานแตกต่างกันได้มากมายด้วยซอฟต์แวร์ที่แตกต่างกัน ซอฟต์แวร์จึงหมายรวมถึงโปรแกรมคอมพิวเตอร์ทุกประเภทที่ทำให้คอมพิวเตอร์ทำงานได้

การที่เราเห็นคอมพิวเตอร์ทำงานให้กับเราได้มากมาย เพราะว่ามีผู้พัฒนาโปรแกรมคอมพิวเตอร์มาให้เราสั่งงานคอมพิวเตอร์ ร้านค้าอาจใช้คอมพิวเตอร์ทำบัญชีที่ยุ่งยากซับซ้อน บริษัทขายตั๋วใช้คอมพิวเตอร์ช่วยในระบบการจองตั๋ว คอมพิวเตอร์ช่วยในเรื่องกิจการงานธนาคารที่มีข้อมูลต่าง ๆ มากมาย คอมพิวเตอร์ช่วยงานพิมพ์เอกสารให้สวยงาม เป็นต้น การที่คอมพิวเตอร์ดำเนินการให้ประโยชน์ได้มากมายมหาศาลจะอยู่ที่ซอฟต์แวร์ ซอฟต์แวร์จึงเป็นส่วนสำคัญของระบบคอมพิวเตอร์ หากขาดซอฟต์แวร์คอมพิวเตอร์ก็ไม่สามารถทำงานได้ ซอฟต์แวร์จึงเป็นสิ่งที่จำเป็น และมีความสำคัญมาก และเป็นส่วนประกอบหนึ่งที่ทำให้ระบบสารสนเทศเป็นไปได้ตามที่ต้องการ

2.       ระบบปฏิบัติการมีหน้าที่อะไร

ตอบ  ระบบปฏิบัติการ หรือที่เรียกย่อ ๆ ว่า โอเอส (Operating System : OS) เป็นซอฟต์แวร์ใช้

ในการดูแลระบบคอมพิวเตอร์ เครื่องคอมพิวเตอร์ทุกเครื่องจะต้องมีซอฟต์แวร์ระบบปฏิบัติการนี้ ระบบปฏิบัติการที่นิยมใช้กันมากและเป็นที่รู้จักกันดีเช่นดอส (Disk Operating System : DOS) วินโดวส์ (Windows) โอเอสทู (OS/2) ยูนิกซ์ (UNIX)

1) ดอส เป็นซอฟต์แวร์จัดระบบงานที่พัฒนามานานแล้ว การใช้งานจึงใช้คำสั่ง

เป็นตัวอักษร ดอสเป็นซอฟต์แวร์ที่รู้จักกันดีในหมู่ผู้ใช้ไมโครคอมพิวเตอร์

2) วินโดวส์ เป็นระบบปฏิบัติการที่พัฒนาต่อจากดอส เพื่อเน้นการใช้งานที่ง่าย

ขึ้น สามารถทำงานหลายงานพร้อมกันได้ โดยงานแต่ละงานจะอยู่ในกรอบช่องหน้าต่างที่แสดงผลบนจอภาพ การใช้งานเน้นรูปแบบกราฟิก ผู้ใช้งานสามารถใช้เมาส์เลื่อนตัวชี้ตำแหน่งเพื่อเลือกตำแหน่งที่ปรากฏบนจอภาพ ทำให้ใช้งานคอมพิวเตอร์ได้ง่าย วินโดวส์จึงได้รับความนิยมในปัจจุบัน

3) โอเอสทู เป็นระบบปฏิบัติการแบบเดียวกับวินโดว์ส แต่บริษัทผู้พัฒนาคือ

 บริษัทไอบีเอ็ม เป็นระบบปฏิบัติการที่ให้ผู้ใช้สามารถใช้ทำงานได้หลายงานพร้อมกัน และการใช้งานก็เป็นแบบกราฟิกเช่นเดียวกับวินโดวส์

4) ยูนิกซ์ เป็นระบบปฏิบัติการที่พัฒนามาตั้งแต่ครั้งใช้กับเครื่องมินิคอมพิวเตอร์ ระบบ

ปฎิบัติการยูนิกซ์เป็นระบบปฏิบัติการที่สามารถใช้งานได้หลายงานพร้อมกัน และทำงานได้หลาย ๆ งานในเวลาเดียวกัน ยูนิกซ์จึงใช้ได้กับเครื่องที่เชื่อมโยงและต่อกับเครื่อปลายทางได้หลายเครื่องพร้อมกัน

ระบบปฏิบัติการยังมีอีกมาก โดยเฉพาะระบบปฏิบัติการที่ใช้ในเครือข่ายคอมพิวเตอร์ เพื่อให้คอมพิวเตอร์ทำงานร่วมกันเป็นระบบ เช่น ระบบปฏิบัติการเน็ตแวร์ วินโดว์สเอ็นที

3.       ลักษณะของซอฟท์แวร์ประยุกต์เฉพาะทาง

ตอบ       การที่เทคโนโลยีคอมพิวเตอร์ได้พัฒนาก้าวหน้าอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะ

การที่มีคอมพิวเตอร์ขนาดเล็ก ทำให้มีการใช้งานคล่องตัวขึ้น จนในปัจจุบันสามารถนำคอมพิวเตอร์ขนาดเล็ก ติดตัวไปใช้งานในที่ต่าง ๆ ได้สะดวก

การใช้งานคอมพิวเตอร์ต้องมีซอฟต์แวร์ประยุกต์ ซึ่งอาจเป็นซอฟต์แวร์สำเร็จที่มีผู้พัฒนาเพื่อใช้งานทั่วไปทำให้ทำงานได้สะดวกขึ้น หรืออาจเป็นซอฟต์แวร์ใช้งานเฉพาะ ซึ่งผู้ใช้เป็นผู้พัฒนาขึ้นเองเพื่อให้เหมาะสมกับสภาพการทำงานของตน

·         ซอฟต์แวร์ใช้งานเฉพาะ

การประยุกต์ใช้งานด้วยซอฟต์แวร์สำเร็จมักจะเน้นการใช้งานทั่วไป แต่อาจจะนำมาประยุกต์โดยตรงกับงานทางธุรกิจบางอย่างไม่ได้ เช่นในกิจการธนาคาร มีการฝากถอนเงิน งานทางด้านบัญชี หรือในห้างสรรพสินค้าก็มีงานการขายสินค้า การออกใบเสร็จรับเงิน การควบคุมสินค้าคงคลัง ดังนั้นจึงต้องมีการพัฒนาซอฟต์แวร์ใช้งานเฉพาะสำหรับงานแต่ละประเภทให้ตรงกับความต้องการของผู้ใช้แต่ละราย

ซอฟต์แวร์ใช้งานเฉพาะมักเป็นซอฟต์แวร์ที่ผู้พัฒนาต้องเข้าไปศึกษารูปแบบการทำงานหรือความต้องการของธุรกิจนั้น ๆ แล้วจัดทำขึ้น โดยทั่วไปจะเป็นซอฟต์แวร์ที่มีหลายส่วนรวมกันเพื่อร่วมกันทำงาน ซอฟต์แวร์ใช้งานเฉพาะที่ใช้กันในทางธุรกิจ เช่น ระบบงานทางด้านบัญชี ระบบงานจัดจำหน่าย ระบบงานในโรงงานอุตสาหกรรม บริหารการเงิน และการเช่าซื้อ

ความต้องการของการใช้คอมพิวเตอร์ในงานทางธุรกิจยังมีอีกมาก ดังนั้นจึงต้องมีความต้องการผู้พัฒนาซอฟต์แวร์เพื่อพัฒนาซอฟต์แวร์ใช้งานเฉพาะต่าง ๆ อีกมากมาย

4.       ระบบปฏิบัติการ Windows และ Linux มีคุณสมบัติต่างกันอย่างไร

ตอบ  ข้อแตกต่างระว่าง   microsoft windows  กับ  linux

1         micorsoft windows  จะใช้ สัญลักษณ์ในการแทนความหมายต่างๆทำให้ผู้ใช้ทำงานง่าย ๆ

2         ความสามารถในการต่ออุปกรณ์อนาคต window จะทำงานได้ดีกว่า  linux

3         Window  สามารถที่จะเข้าร่วมหรือที่เรียกว่า ซับพล็อตทุกโปรแกรม   การติดตั้ง soft  ware

  windows จะทำได้ง่ายกว่าทำให้คนนิยม windows

   4.linux จะเหมาะทางด้าน Multi User นั้นทำเป็น server

   5.windows ใช้กันในโซน เอเชีย  แต่ linux ใช้ในโซน  ยุโรปประเทศทาง ยุโรป เค้าไม่ใช้ Windows เพราะ มันเสีย ตัง

  6.windows ไม่สามารถ นำ Code Program มาพัฒนาได้   แต่ Linux สามารถ นำ code มาพัฒนา เป็น Version ของเราได้

  7.erver ที่ใช้ ในองค์กร ใหญ่ ในปัจจุบัน ส่วนมาก เป็น Linux

 

     5. ยกตัวอย่างซอฟท์แวร์ใช้เฉพาะทางอย่างน้อย 4 ตัวอย่าง

ตอบ

·       micro soft office ก็จะใช้งานด้านการพิมพ์งาน การนำเสนองาน การเก็บฐานข้อมูล

·       adobe photoshop จะเป็นซอฟแวร์ในการแต่งภาพตกแต่งภาพ  ตัดต่อภาพ

·       dreamweaver ใช้ในการ สร้างเวปไซค์ต่างๆๆนาๆๆ

·       macromedia flash จะเป็น soft ware ในการสร้างภาพเคลื่อนไหว

 

 6. ตัวแปลภาษาดับสูงให้เป็นภาษาเครื่องมีกี่ประเภท อะไรบ้าง

ตอบ       ภาษาคอมพิวเตอร์จะมีอยู่สามระดับคือ

1 ภาษาระดับ ต่ำ อันนี้คนเข้าใจยากมาก แต่ว่าเครื่องเข้าใจง่าย เขาเรียกว่าภาษาเครื่องส่วนมากจะเป็นเลขฐานสอง ฐาน 8 ฐาน 16

2  ภาษาระดับกลาง จะพัฒนามาเป็น code แล้ว มนุษย์ก็สามารถเข้าใจได้แต่การประมวลผลยังอยากอยู่ เช่นภาษา c++  เอสเซมบี

3  ภาษาระดับสูง อันนั้มนุษย์เข้าใจง่ายเพราะว่าเหมือนกับภาษาของมนุษย์ เครืองก็เข้าใจง่ายขึ้น  อย่างเช่น

ภาษา  java  เป็นต้น

                ส่วนตัวที่แปรภาษาระดับสูงให้เป็๋นภาษาคอมพิวเตอร์เขาเรียกว่า คอมไพเลอร์ หรือ ต้วแปรจาก code ที่พิมพ์ทั้งหมดมาเป็นภาษาที่เครื่องเข้าได้ และประมวลผลได้ตามที่เราต้องการ 

 

 

 

  7. แอสเซมบลีเป็นภาษาระดับใด และมีลักษณะอย่างไร

ตอบ      

ภาษาแอสแซมบลี้ (Assembly Language)

เป็นภาษาที่ใช้สัญลักษณ์ในการสื่อความหมาย ภาษาแอสแซมบลีมีลักษณะคำสั่งที่ขึ้นกับเครื่อง คอมพิวเตอร์ที่ใช้งานและมีการแปลคำสั่งให้เป็นภาษาเครื่อง นอกจากภาษาเครื่อง และภาษาแอสแซมบลีแล้ว ยังมีภาษาระดับสูง เช่น Basic Cobol FORTRANซึ่งเป็นภาษา ที่มีคำสั่งใกล้เคียงกับภาษาอังกฤษมาก ทำให้ผู้เขียนโปรแกรม สามารถเขียนโปรแกรมได้สะดวกและรวดเร็วแต่ว่า โปรแกรมที่เขียนด้วยภาษาระดับสูงต้องใช้เนื้อที่เก็บในหน่วยความจำเป็นจำนวนมากอีกทั้งทำงานได้ช้ากว่า ภาษาแอสแซมบลีดังนั้นภาษาระดับสูงจึงไม่นิยมนำมาประยุกต์ใช้กับการทำงาน ที่ระบบการควบคุม ที่มีความสำคัญมาก ภาษาแอสแซมบลี เหมาะกับโปรแกรมที่ใช้เนื้อที่ในหน่วยความจำไม่มากนัก ทั้งทำงานได้รวดเร็วและ ในการควบคุม การทำงานของเครื่องคอมพิวเตอร์ได้โดยตรง คำสั่งปฏิบัติการของภาษาแอสแซมบลี แบ่งออกเป็น 4 ชนิด คือ

-  Machine Instruction เป็นคำสั่งที่ทำให้เกิดการปฏิบัติการ (Execution) ชุดของคำสั่งอยู่ใน ; Assembler’instruction set

-  Assembler instruction เป็นคำสั่งที่บอกแอสแซมเบอร์ให้ทำการระหว่างการแอสแซมบลี

-  Macro instruction เป็นคำสั่งที่บอกแอสเซมเบอร์ให้ดำเนินการกับชุดของคำสั่งที่ได้บอก ไว้ก่อนแล้ว ซึ่งจากชุดของคำสั่ง แอสเซมเบลอร์จะผลิตชุดของคำสั่ง ซึ่งต่อไปจะดำเนินการ เหมือนหนึ่งว่าชุด ของคำสั่งนี้เป็นส่วนหนึ่งของ Source program แต่เริ่มแรก

-  Pseudo instruction เป็นคำสั่งที่บอกให้แอสเซมเบลอร์รู้ว่า ควรปฏิบัติการ เช่นไรกับ

ข้อมูล

การBranch อย่างมีข้อแม้ แมคโคร และ listing ซึ่งปกติแล้วคำสั่งเหล่านี้จะไม่ผลิตคำสั่งภาษาเครื่องให้

การพัฒนางานทางด้านไมโครคอนโทรลเลอร์ด้วยภาษา Assembly นั้น  ถือว่ายังเป็นที่นิยมอยู่มากในบ้านเรา   เรียกได้ว่าเป็นส่วนใหญ่เลย   ในขณะที่ต่างประเทศนั้น  ภาษา Assembly จะนิยมรองลงมาจากภาษา C ที่ใช้กันเป็นอันดับหนึ่ง   อาจจะเป็นเพราะว่าความคุ้นเคย  หรือเพราะความตรงไปตรงมาของภาษา Assembly ที่เป็นจุดเด่นอย่างหนึ่งก็ได้   ไม่ว่าจะอย่างไรก็ตาม  การเข้าถึงภาษา Assembly ได้นั้น  ถือว่าเป็นการเรียนรู้และเข้าใจได้ลึกซึ้งที่สุด  และถ้ารู้จักนำมาประยุกต์ใช้งานให้เหมาะสมแล้ว  ก็จะเป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาเทคโนโลยีต่าง ๆ เป็นอย่างมาก  สำหรับชิพตระกูล MCS-51 นั้นมา 

คำสั่งภาษาแอสแซมบลี ถูกแบ่งออกเป็น 4 เขต ดังนี้

Label Operation code

Operandor Comment Field

Field Or Mnemonic Address

Field Field

เลเบล และคอมเมนต์ เป็นส่วนที่ผู้เขียนโปรแกรมสามารถใส่หรือละเว้นได้ตามเหมาะสม คำสั่งการทำงานเป็นส่วนหนึ่ง ที่ต้องการเสมอในทุกคำสั่ง ออปเปอเรนต์ จะมีหรือไม่ขึ้นอยู่กับคำสั่ง เพราะคำสั่งบางชนิดต้องการ ออปเปอเรนต์ คำสั่งบางคำสั่งไม่ต้องการออปเปอเรนต์ ในการเขียนคำสั่งภาษาแอสแซมบลีใช้ช่องว่าง เป็นตัวแยกแต่ละเขตจากกัน

 

 

 

 

งานครั้งที่2

 

ส่งงานครั้งที่2

งานครั้งที่ 2

จุดประสงค์การเรียนรู้ที่ 2  มีความรู้ความเข้าใจองค์ประกอบและหลักการทำงานของคอมพิวเตอร์

1.       ให้นักเรียนศึกษา/สืบค้นข้อมูล เรื่อง หลักการพื้นฐานของคอมพิวเตอร์ แล้วสรุปความรู้ที่ได้เป็นแผนผังมโนมติ

ตอบ รูปถาพอยู่ในโฟร์โต้
 2. ตอบคำถามต่อไปนี้

              2.1 คอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลที่มีจำหน่ายในท้องตลาดขณะนี้ใช้ไมโครโพรเซสเซอร์รุ่นใดบ้างเป็นซีพียูบ้าง

ตอบ  นิยมอยู่สองเครือข่ายคือ amd  intel

 

              2.2 เปรียบเทียบคุณสมบัติของไมโครโพรเซสเซอร์รุ่นต่าง ๆ

                    - ความเร็ว

                    - ความสามารถในการจัดเก็บของหน่วยความจำ

-          ความสามารถพิเศษ

ตอบ        ตารางเปรียบเทียบ สรุปความสามารถด้านต่างๆ ระหว่าง Intel Pentium MMX , Intel Pentium Pro และ AMD K6

Processor Feature

AMD K6

Pentium Pro

Pentium MMX

RISC core

Yes / 6 issue

Yes / 5 issue

No

Superscalar

Yes

Speculative execution

Yes

No

Out of order execution

Yes

No

Data forwarding

Yes

No

Register renaming

Yes

No

Simple x86 decoders

-

2

1

Sophisticated x86 decoders

2

1

1

Long x86 decoders

1

-

-

Vector x86 decoders

1

-

-

Execution Pipelines

6

5

2

Branch prediction

Yes

Advanced 2 level branch prediction

Yes

No

Branch history table entries

8,192

512

256

Branch target cache entries

16

0

Branch prediction accuracy

95%

90%

75-80%

MMX technology

Yes

No

Yes

High performance FPU

Yes

L1 instruction and data cache

32K + 32K

8K + 8K

16K + 16K

Industry compatible SMM

Yes

Latency ( ยิ่งน้อยยิ่งดี )

2 clock

5-7 clock

2 clock

 

              2.3 บอกหน้าที่

                    - หน่วยประมวลผลกลาง                     

                        อุปกรณ์ส่งออก

                   - รอม-

                     แรม

ตอบ

หน่วยประมวลผลกลางเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า ซีพีย (Central Processing Unit : CPU) หน่วยประมวลผลกลางเป็นส่วนที่สำคัญของคอมพิวเตอร์ ปัจจุบันเทคโนโลยีทางด้านการผลิตวงจรอิเล็กทรอนิกส์ได้ก้าวหน้ามากจนถึงขั้นสามารถผลิตวงจรหน่วยประมวลผลกลางทั้งวงจรไว้ในชิพเพียงตัวเดียวได้ ชิพหน่วยประมวลผลกลางนี้มีชื่อเรียกว่าไมโครโพรเซสเซอร

หน่วยประมวลผลกลาง แบ่งออกเป็น 2 หน่วย คือ หน่วยควบคุม (control unit) และหน่วยคำนวณและตรรกะ (Arithmetic Logic Unit : ALU)
     หน่วยควบคุม (control unit) ทำหน้าที่ในการควบคุมลำดับการทำงานภายในหน่วยประมวลผล กลางระหว่างประมวลผล
    หน่วยคำนวณและตรรกะ (Arithmetic Logic Unit : ALU) ทำหน้าที่นำข้อมูลซึ่งเป็นสัญญาณไฟฟ้าแบบตัวเลขฐานสองมาประมวลผลทางคณิตศาสตร์และตรรกศาสตร์
           การทำงานนี้จะเป็นไปตามคำสั่งในโปรแกรม เริ่มด้วยหน่วยประมวลผลจะอ่านคำสั่งและข้อมูลต่างๆ จากหน่วยรับเข้าเก็บไว้ที่หน่วยความจำหลัก หลังจากนั้นหน่วยประมวลผลกลางจะอ่านคำสั่งจากหน่วยความจำทีละคำสั่งมาตีความหมายและกระทำตาม การกระทำดังกล่าวจะกระทำอย่างรวดเร็วมาก หน่วยประมวลผลกลางสามารถอ่านคำสั่งมาตีความหมายและกระทำตามได้หลายล้านคำสั่งต่อวินาที ด้วยประสิทธิภาพการทำงานที่รวดเร็วนี้เอง ทำให้หน่วยประมวลผล กลางสามารถทำการประมวลผลได้มากและรวดเร็ว

อุปกรณ์ส่งออก  ทำหน้าที่นำข้อมูลที่ได้รับการประมวลผลแล้วมาแสดงผลลัพธ์  ในรูปแบบที่สามารถเข้าใจได้ทางอุปกรณ์แสดงผลข้อมูล  ได้แก่ จอภาพ และเครื่องพิมพ์

                รอม  คือหน่วยความจำชนิดหนึ่ง ที่มีโปรแกรม หรือข้อมูลอยู่แล้ว และพร้อมที่จะนำมาต่อกับ ไมโครโปรเซสเซอร์ได้โดยตรง ซึ่งโปรแกรม หรือข้อมูลนั้นจะไม่สูญหายไป
          แม้ว่าจะไม่มีการจ่ายไฟเลี้ยงให้แก่ระบบ ข้อมูลที่เก็บอยู่ใน ROM จะสามารถอ่านออกมาได้ แต่ไม่สามารถเขียนข้อมูลเข้าไปได้ เว้นแต่จะใช้วิธีการพิเศษซึ่งขึ้นกับชนิดของ ROM

แรม  คือหน่วยความจำที่มีการเข้าถึงได้ โดยไม่ต้องใส่ลำดับ (Sequential Access) ต้องการ

ข้อมูล ที่ตำแหน่งใดก็ได้ โดยส่ง Address (ตัวเลขระบุตำแหน่ง) ให้กับ RAM Memory Chip ที่ใช้กันในเครื่องพีซีแบ่งได้เป็น 2 ประเภทใหญ่ๆ

 1.SRAM(Static RAM)

2.DRAM(Dynamic RAM)

 

 

  3. นักเรียนจัดทำแผนภูมิแสดงองค์ประกอบของระบบคอมพิวเตอร์

ตอบ   หน่วยประมวลผลกลาง ทำหน้าที่ ในการคิดคำนวณหรือประมวลผลข้อมูล โดยทำตามโปรแกรมที่เก็บไว้ในหน่วยความจำหลัก
หน่วยความจำหลัก เป็นหน่วยสำหรับเก็บข้อมูลและซอฟต์แวร์ที่ใช้ในการประมวลผล ซึ่งหน่วยประมวลผลกลางสามารถอ่านเขียนจากหน่วยความจำหลักรวดเร็วมาก ทำให้หน่วยประมวลผลกลางนำมาตีความและกระทำตามได้อย่างรวดเร็ว
หน่วยความจำรอง มีไว้สำหรับเก็บข้อมูลหรือซอฟต์แวร์ที่มีจำนวนมากและต้องการนำมาใช้อีกในภายหลัง หากจะใช้งานก็มีการโอนถ่ายจากหน่วยความจำรองมายังหน่วยความจำหลัก
หน่วยรับข้อมูล ทำหน้าที่ รับข้อมูลเข้ามาเก็บไว้ในหน่วยความจำหลัก จากนั้นข้อมูลจะถูกส่งไปยังหน่วยประมวลผลกลาง
หน่วยส่งออก เป็นหน่วยที่นำข้อมูลที่ได้รับการประมวลผลแล้วมาแสดงผล หรือเก็บไว้ในหน่วยความจำรอง

การทำงานของคอมพิวเตอร์ประกอบด้วยหน่วยคัญ 5 หน่วย คือ

ตอบ รูปภาพอยู่ที่โฟร์โต้

 

 

December 06

งานครั้งที่1

 

ส่งงานครั้งที่1
 

งานครั้งที่ 1

จุดประสงค์การเรียนรู้ที่ 1. เข้าใจหลักการและวิธีการของเทคโนโลยีสารสนเทศ
    ให้นักเรียนศึกษาเนื้อหา/สืบค้นข้อมูลทาง Internet และดำเนินกิจกรรมดังต่อไปนี้
 1.รวบรวมเนื้อหาสาระและจัดเก็บข้อมูลไว้ที่ Program Microsoft Word 
      1.1 บทบาท ความสำคัญและขอบเขตของเทคโนโลยีสารสนเทศ
      1.2 ประโยชน์และความก้าวหน้าของเทคโนโลยีสารสนเทศ
      1.3 ระบบสารสนเทศและองค์ประกอบของระบบสารสนเทศ

  2.ตอบคำถามต่อไปนี้
      2.1 เทคโนโลยีสารสนเทศมีความสำคัญต่อชีวิตประจำวันอย่างไร

ตอบ  เป็นที่เราจำเป็นต้องใช้ในชีวิตประจำวัน เพราะไม่ว่าเราจะทำอะไรเราก็ต้องมีเทคโนโลยีสารสนเทศมาเกี่ยวข้องด้วยเสมอ  เช่น ตอนเช้าเรามาโรงเรียนเราก็ต้องข้ามถนนที่มีระบบควบคุมสัญญาณไฟด้วยคอมพิวเตอร์   ไปศูนย์การค้าก็ขึ้นบันไดเลื่อนที่มีการควบคุมด้วยคอมพิวเตอร์  จะเห็นชีวิตมนปัจจุบันเกี่ยวข้องกับระบบเทคโนโลยีสารสนเทศเป็นอย่างมาก และอุปกรณ์ส่วนใหญ่ก็ถูกควบคุมการทำงานด้วยคอมพิวเตอร์แทบทั้งสิ้น
      2.2 สารสนเทศคืออะไร

ตอบ   ข้อมูลที่ผ่านการประมวลผล และเป็นประโยชน์ต่อการดำเนินชีวิตของมนุษย์ มนุษย์แต่ละคนตั้งแต่เกิดมาได้เรียนรู้สิ่งต่างๆ เป็นจำนวนมาก เช่น เรียนรู้สภาพสังคมความเป็นอยู่ กฎเกณฑ์และวิชาการ เป็นต้น ลองจินตนาการดูว่าภายในสมองของเราเก็บข้อมูลอะไรบ้าง เราคงตอบไม่ได้ แต่สามารถเรียกเอาข้อมูลมาใช้ได้ ข้อมูลที่เก็บไว้ในสมอง เป็นสิ่งที่สะสมกันมาเป็นเวลานาน ความรอบรู้ของแต่ละคนจึงขึ้นอยู่กับการเรียกใช้ข้อมูลนั้น ดังนั้นจะเห็นได้ชัดว่าความรู้เกิดจากข้อมูลข่าวสารต่างๆ ทุกวันนี้มีข้อมูลอยู่รอบตัวเรามาก ข้อมูลเหล่านี้มาจากสื่อ เช่น วิทยุ โทรทัศน์ หนังสือพิมพ์ อินเทอร์เน็ต หรือแม้แต่การสื่อสารระหว่างบุคคล จึงมีผู้กล่าวว่ายุคนี้เป็นยุคของสารสนเทศ
      2.3 อธิบายความหมายของเทคโนโลยีสารสนเทศ

ตอบ  เทคโนโลยีที่ใช้จัดการ สารสนเทศ เป็นเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องตั้งแต่การรวบรวม การจัดเก็บข้อมูล การประมวลผล การพิมพ์ การสร้างรายงาน การสื่อสารข้อมูล ฯลฯ เทคโนโลยีสารสนเทศยังรวมถึงเทคโนโลยีที่ทำให้เกิดระบบการให้บริการ การใช้ และการดูแลข้อมูลด้วย


      2.4 กิจวัตรประจำวันของนักเรียนเกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีสารสนเทศใดบ้าง

ตอบ    การค้นคว้าหาข้อมูล  จัดทำเป็นรูปแบบเล่มรายงาน  และการนำเสนอในรูปแบบต่างๆ  การใช้คอมพิวเตอร์
      2.5 การเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีมีผลต่อการเรียนของนักเรียนอย่างไร

ตอบ   ทำให้การเรียนเปิดกว้างขึ้นไม่ได้เรียนแต่เฉพาะในห้อง  หรือในหนังสือที่อาจารย์สอน  แต่เราสามารถเรียนรู้ได้ด้วยตัวเองผ่านทางคอมพิวเตอร์  โดยค้นคว้าจากอินเตอร์เน็ตและเว็บต่างๆ  แต่ในทางกลับกันมันก็เป็นอันตรายต่อพวกเราด้วยถ้าพวกเราใช้มันอย่างไม่ถูกวิธี  หรือหลงมัวเมาไปกับมัน  โดยการใช้เวลาอยู่กับมันมากเกินไป
      2.6 นักเรียนคิดว่าประเทศไทยควรดำเนินการอย่างไรเพื่อลดการสูญเสียเงินตราที่ใช้จ่าย กับเทคโนโลยีสารสนเทศ

ตอบ  คิดว่าประเทศไทยน่าจะช่วยส่งเสริมเด็กที่ชอบและก็มีความรู้ความสามารถในด้านนี้  ให้เรียนไปเฉพาะทาง  เมื่อเรียนจบแล้วก็ให้นำความรู้ที่เรียนมาใช้ให้เกิดประโยชน์ โดยที่แต่ล่ะคนก็สร้างสรรค์งานที่ตัวเองชอบออกมา แล้วนำไปทดลองใช้ดู  หรือไม่ก็จัดการแข่งขันเกี่ยวกับทางด้านนี้  บุคคลที่สนใจจะได้มาสมัครและก็ใช้ความสามรถอย่างเต็มที่  แล้วเราก็คัดเลือกเอาคนหรือกลุ่มที่ชนะเลิศ หรือ ที่เราเห็นว่าผลงานเค้าเข้าตาเราก็จับเค้ามาอยู่กับเรา โดยอาจจะเสนอข้อแลกเปลี่ยนบางอย่างให้ก็ได้  เราก็จะได้ไม่ต้องเสียเงินตราไปให้ต่างประเทศเพราะเรามีคนที่มีความรู้ความสามารถอยู่กับเราแล้ว

      2.7 ระบบสารสนเทศมีส่วนประกอบอะไรบ้าง

ตอบ  ระบบสารสนเทศเป็นงานที่ต้องใช้ส่วนประกอบหลายอย่างในการทำให้เกิดเป็นกลไก ในการนำข้อมูลมาใช้ให้เกิดประโยชน์ได้ ส่วนประกอบที่สำคัญของระบบสารสนเทศมี 5 ส่วน คือ บุคลากร ขั้นตอนการปฏิบัติงาน ฮาร์ดแวร์ ซอฟต์แวร์และข้อมูล ทั้ง 5 ส่วนประกอบมีความเกี่ยวข้องกันเป็นระบบ  

ส่วนประกอบทั้งห้านี้ล้วนมีส่วนที่ทำให้เกิดสารสนเทศได้ หากขาดส่วนประกอบใด หรือส่วนประกอบใดไม่สมบูรณ์ก็อาจทำให้ระบบสารสนเทศไม่สมบูรณ์ เช่น ใช้เครื่องคอมพิวเตอร์ไม่เหมาะสมกับงาน ก็จะทำให้งานล่าช้า ไม่ทันต่อการใช้งาน การดำเนินการระบบสารสนเทศจึงต้องให้ความสำคัญกับส่วนประกอบทั้งห้านี้
       การจัดการสารสนเทศโดยมีจำนวนข้อมูลไม่มาก อาจจะจัดการด้วยมือ โดยไม่ต้องใช้คอมพิวเตอร์ก็ได้

บุคลากร   เป็นส่วนประกอบที่สำคัญที่สุดเพราะบุคลากรที่มีความรู้ ความสามารถ และเข้าใจวิธีการให้ได้มาซึ่งสารสนเทศ จะเป็นผู้ดำเนินการในการทำงานทั้งหมด บุคลากรจึงต้องมีความรู้ความเข้าใจในการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ บุคลากรภายในองค์กรเป็นส่วนประกอบที่จะทำให้เกิดระบบสารสนเทศด้วยกันทุกคน เช่น ร้านขายสินค้าแห่งหนึ่ง บุคลากรที่ดำเนินการในร้านทุกคน ตั้งแต่ผู้จัดการถึงพนักงานขายเป็นส่วนประกอบที่จะทำให้เกิดสารสนเทศ

ขั้นตอนการปฏิบัติ  เป็นระเบียบวิธีการปฏิบัติงานในการจัดเก็บรักษาข้อมูลให้อยู่ในรูปแบบที่จะทำให้เป็นสารสนเทศได้ เช่น กำหนดให้มีการป้อนข้อมูลทุกวัน ป้อนข้อมูลให้ทันตามกำหนดเวลา มีการแก้ไขข้อมูลให้ถูกต้องอยู่เสมอ กำหนดเวลาในการประมวลผล และการทำรายงาน เป็นต้น
            การดำเนินการต่างๆ ต้องมีขั้นตอน หากขั้นตอนใดมีปัญหา ระบบก็จะมีปัญหาด้วย เพราะทุกขั้นตอนล้วนมีผลต่อระบบสารสนเทศด้วยเช่นกัน

ฮาร์ดแวร์  เช่น เครื่องคอมพิวเตอร์ซึ่งเป็นเครื่องมือที่ช่วยในการจัดการหรือประมวลผลข้อมูลให้เป็นสารสนเทศตามต้องการ คอมพิวเตอร์เป็นอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่สามารถคำนวณได้อย่างถูกต้อง แม่นยำ รวดเร็วและสามารถทำงานได้ต่อเนื่อง คอมพิวเตอร์จึงเป็นองค์ประกอบหนึ่งที่สำคัญของระบบสารสนเทศ

ซอฟต์แวร์คือลำดับขั้นตอนคำสั่งที่สั่งให้เครื่องคอมพิวเตอร์ทำงานตามวัตถุประสงค์ที่วางไว้ ซอฟต์แวร์จึงหมายถึงชุดคำสั่งที่เรียงเป็นลำดับขั้นตอนเพื่อสั่งให้คอมพิวเตอร์ทำงานและประมวลผลเพื่อให้ได้สารสนเทศที่ต้องการ

ข้อมูล  เป็นวัตถุดิบที่จะทำให้เกิดสารสนเทศ ข้อมูลที่เป็นวัตถุดิบจะต่างกันขึ้นกับสารสนเทศที่ต้องการ เช่น ในสถาบันการศึกษามักจะต้องการสารสนเทศที่เกี่ยวข้องกับข้อมูลนักเรียน ข้อมูลผลการเรียน ข้อมูลอาจารย์ ข้อมูลการใช้จ่ายต่างๆ ข้อมูลเป็นสิ่งที่สำคัญประการหนึ่งที่ทำให้เกิดสารสนเทศ  

  2.8 ข้อมูลคืออะไร มีส่วนสัมพันธ์กับสารสนเทศอย่างไร
 ตอบ  ข้อมูล เป็นวัตถุดิบที่จะทำให้เกิดสารสนเทศ ข้อมูลที่เป็นวัตถุดิบจะต่างกันขึ้นกับสารสนเทศที่ต้องการ เช่น ในสถาบันการศึกษามักจะต้องการสารสนเทศที่เกี่ยวข้องกับข้อมูลนักเรียน ข้อมูลผลการเรียน ข้อมูลอาจารย์ ข้อมูลการใช้จ่ายต่างๆ ข้อมูลเป็นสิ่งที่สำคัญประการหนึ่งที่ทำให้เกิดสารสนเทศ
      2.9 คุณสมบัติของข้อมูลที่ดีเป็นอย่างไร

ตอบ   ข้อมูลที่ได้จากการเก็บรวบรวมหรือบันทึกจากแหล่ง ข้อมูลโดยตรง ซึ่งอาจจะได้จากการสอบถาม การสัมภาษณ์ การสำรวจ การจดบันทึก ตลอดจนการจัดหามาด้วยเครื่องจักรอัตโนมัติต่างๆ ที่ดำเนินการจัดเก็บข้อมูลได้
      2.10 องค์ประกอบของระบบสารสนเทศมีอะไรบ้าง

ตอบ  บุคลากร ขั้นตอนปฏิบัติ ฮาร์แวร์ ซอฟต์แวร์ ข้อมูล
      2.11 นักเรียนยกตัวอย่างหน่วยงานของรัฐที่นำเทคโนโลยีสารสนเทศมาใช้ (2 ตัวอย่าง)

ตอบ  กระทรวงไอซีที   กรมตำรวจ